มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จ.กาญจนบุรี
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
King Ramkhamhaeng the Great

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และวางรากฐานพระพุทธศาสนาแก่ชาติไทย

👑
ราชวงศ์
พระร่วง กรุงสุโขทัย
⚔️
ความหมายพระนาม
รามผู้กล้าหาญในการรบ
🔤
มรดกสำคัญ
ประดิษฐ์ลายสือไทย
📅
วันสำคัญ
17 มกราคม ทุกปี
พระราชประวัติ
👑

พระราชประวัติและที่มาของพระนาม

จากวีรกรรมสู่พระนามอันเลื่องลือ

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย ขณะที่พระองค์มีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา ได้โดยเสด็จกองทัพกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ผู้เป็นพระราชบิดา เพื่อทำสงครามกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด และทรงรบชนะในครั้งนั้น

ด้วยความกล้าหาญในการรบ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงพระราชทานพระนามว่า “รามคำแหง” หมายถึง รามผู้กล้าหาญเข้มแข็งในการรบ ต่อมาพระองค์ขึ้นเสวยราชสมบัติราว พ.ศ. 1822 และทรงครองราชย์นานถึง 40 ปี

การปกครอง
⚖️

การปกครองแบบ “พ่อปกครองลูก”

รากฐานความยุติธรรมและความใกล้ชิดประชาชน

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงปกครองบ้านเมืองในแบบ “พ่อปกครองลูก” ทรงแขวนกระดิ่งไว้หน้าประตูพระราชวัง เพื่อให้ราษฎรที่มีเรื่องร้องทุกข์สามารถเข้าถึงพระองค์ได้โดยตรง

ทรงวางหลักนิติธรรมไว้ในศิลาจารึก ได้แก่

  1. ราษฎรสามารถค้าขายได้โดยเสรี เจ้าเมืองไม่เรียกเก็บจังกอบหรือภาษีผ่านทาง
  2. ผู้ใดล้มตายลง ทรัพย์มรดกย่อมตกแก่บุตรของผู้นั้น
  3. หากผู้ใดไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถไปสั่นกระดิ่งหน้าประตูวังเพื่อถวายฎีกาได้โดยตรง
เศรษฐกิจและการต่างประเทศ
🌏

พระราชกรณียกิจด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ

ในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กรุงสุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับจีน และโปรดให้นำช่างปั้นถ้วยชามจากจีนมาสอนคนไทย จนสามารถผลิตเป็นอุตสาหกรรมส่งออก เรียกว่า “ชามสังคโลก”

พระองค์ยังโปรดให้สร้างทำนบกักน้ำที่เรียกว่า “สรีดภงส์” และ “เขื่อนนพพระร่วง” เพื่อนำน้ำไปใช้ในตัวเมืองและเพาะปลูก

มรดกของชาติ
พระราชกรณียกิจเด่น

มรดกอันยิ่งใหญ่ที่ทรงสร้างไว้แก่ชาติไทย

จากรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประเทศไทยได้รับมรดกทางวัฒนธรรม ศาสนา และภาษาที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

🔤
ประดิษฐ์อักษรไทย
ทรงคิดประดิษฐ์ “ลายสือไทย” พ.ศ. 1826 พัฒนาเป็นอักษรไทยปัจจุบัน
🛕
วางรากฐานพระพุทธศาสนา
นำนิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ มาประดิษฐาน เป็นศาสนาประจำชาติจนถึงปัจจุบัน
🏺
ชามสังคโลก
ส่งเสริมอุตสาหกรรมส่งออกไปจีน มลายู และอินเดีย
💧
ระบบชลประทาน
สร้างสรีดภงส์และเขื่อนนพพระร่วง กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค
ด้านศาสนา
🛕

ด้านศาสนาและวัฒนธรรม

วางรากฐานพระพุทธศาสนาให้ชาติไทย

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงนำพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ จากลังกา ผ่านเมืองนครศรีธรรมราช มาประดิษฐานที่เมืองสุโขทัย แทนที่ลัทธิมหายานที่เคยนับถืออยู่ก่อนหน้า

จากการวางรากฐานในยุคนั้น พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้กลายมาเป็นศาสนาประจำชาติไทยสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

มรดกด้านภาษา
🔤

การประดิษฐ์อักษรไทย “ลายสือไทย”

ต้นกำเนิดของอักษรไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้คิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้แทนตัวอักษรขอมที่เคยใช้กันมาแต่เดิม เรียกว่า “ลายสือไทย” และทรงโปรดให้ช่างสลักอักษรไว้ในศิลาจารึก ณ กรุงสุโขทัย ซึ่งยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้

ตัวอักษรไทยทุกตัวในศิลาจารึกได้รับการพัฒนาสืบต่อมาเป็นลำดับจนกลายมาเป็นอักษรไทยที่คนไทยใช้ในปัจจุบัน

วันสำคัญ
📅
วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช (ทุกปี)
17 มกราคม
คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2532 โดยยึดถือวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2376
ความเป็นมาของวันสำคัญ
📜

ที่มาของวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

กระบวนการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์

เดิมในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2531 สภาจังหวัดสุโขทัยได้มีหนังสือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้กำหนดวันที่ 17 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” เนื่องจากเป็นวันเสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในปี พ.ศ. 2526

ต่อมาคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติและคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยได้พิจารณาหลักฐานใหม่ และเสนอให้ใช้วันที่ 17 มกราคม ซึ่งตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพบหลักศิลาจารึกเมื่อปี พ.ศ. 2376 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ลำดับเหตุการณ์
🕰️

พัฒนาการสำคัญตามลำดับเวลา

สรุป

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรสุโขทัย ผู้ทรงวางรากฐานสำคัญของชาติไทยในหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการประดิษฐ์ อักษรไทย การนำ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท มาประดิษฐาน การสร้างระบบ ยุติธรรมที่เปิดกว้าง และการพัฒนา เศรษฐกิจและการค้า ทั้งภายในและต่างประเทศ

มรดกที่ทรงสร้างไว้ยังคงปรากฏในวิถีชีวิต ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมของคนไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้